ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทแทบจะในทุกมิติของชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้แต่ภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับการถาโถมของเทคโนโลยี จนองค์กรต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่ออยู่รอด ทำให้งานสายไอทีมีความต้องการมากยิ่งขึ้น สวนทางกับปริมาณของโปรแกรมเมอร์ในตลาด

นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนในอนาคตที่คนอาจถูกหุ่นยนต์แย่งงานมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้การมีทักษะเดียวอาจไม่เพียงพอแล้ว คำถามคือจะดีกว่าหรือไม่ถ้าหากหลักสูตรภาคบังคับมีการระบุการเรียนการสอนด้านการโค้ดดิ้ง (Coding) เข้าไปด้วย เพื่ออย่างน้อยๆเป็นการฝึกทักษะและแนะนำศาสตร์ด้านนี้ไปในตัว ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาทั้งการขาดแรงงานและลดโอกาสการตกงานในอนาคตลง

การเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ (โค้ดดิ้ง) ไม่ใช่แค่สำคัญกับอนาคตของตัวเอง แต่ยังสำคัญกับอนาคตของประเทศด้วย (บารัค โอบามา, 2013)

มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายว่า ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่ทุกอย่างรอบตัวเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำงานผ่านคลาวด์ หรือหากจะกล่าวว่าโลกทุกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ก็คงไม่ผิดนัก กอปรกับอาชีพในสายนี้กำลังขาดแคลน การปูพื้นฐานด้านนี้ให้กับเด็กตั้งแต่ยังเล็ก อย่างน้อยน่าจะช่วยเพิ่มความสนใจให้กับเด็กๆต่องานด้านนี้มากขึ้น

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเรียนการสอนโค้ดดิ้งนั้น ไม่จำเป็นที่จำต้องหมายถึงสอนการเขียนโค้ดหรือเขียนโปรแกรมแต่เพียงอย่างเดียว สำหรับเด็กๆแล้ว การสอนโค้ดดิ้งมักจะเน้นไปที่การสอนให้เด็กรู้จักการคิดเชิงคำนวน (computational thinking) เพื่อแก้ปัญหา คิดเชิงเหตุผลและตรรกะเป็นหลัก ผ่านการวาดรูป ใช้รูปภาพ ตัวต่อ หรือหลอดไฟ LED ฯลฯ ในการแก้โจทย์ ไปจนถึงให้เด็กๆได้ใช้โปรแกรมฝึกเขียนโค้ดแบบง่ายๆก่อนที่เนื้อหาจะมีความก้าวหน้ามากขึ้นตามอายุ

ภาพจาก Scratch โปรแกรมฟรีสอนโค้ดดิ้งสำหรับเด็กผ่านเกม พัฒนาโดย MIT

การคิดเชิงคำนวนหรือ Computational Thinking เป็นกระบวนการคิดในการแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอน ผ่านการแยกปัญหาออกมาเป็นส่วนย่อยๆ ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เป็นวิธีคิดที่โปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้ในการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีกระบวนการคิดแบบ Computational Thinking จะต้องเป็นโปรแกรมเมอร์เสมอไป เพราะมันเป็นเพียงวิธีคิดที่ทำให้เข้าใจถึงปัญหาและแก้ปัญหานั้นๆ ทำให้สามารถถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั่วไป ไม่จำกัดศาสตร์หรืออาชีพอื่นๆได้ ซึ่งการสอนโค้ดดิ้ง (Coding) อาจแตกต่างกับการสอนเขียนโปรแกรม (Programing) แต่เป็นศาสตร์ที่เด็กๆควรได้รับการฝึกฝนและปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็กๆ ที่สำคัญคือมันเป็นศาสตร์ที่ช่วยให้การต่อยอดไปเรียนการเขียนโปรแกรมทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ภาพโดย Boskampi จาก Pixabay

Bharat Divyang ซึ่งจบจาก Indian Institute of Technology สถาบันด้านเทคโนโลยีอันดับต้นๆของอินเดีย ได้ตั้งสถาบัน  ZugZwang Academy สำหรับสอนเรื่องโค้ดดิ้งและการเขียนโปรแกรมอย่างง่ายให้กับเด็กๆในอินเดีย โดยเขาแสดงความเห็นกับ Quartz India ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“ผมไม่เชื่อว่าเด็กๆที่ลงเรียนคลาสของผม จะเติบโตไปเป็นวิศวกรซอต์แวร์ทั้งหมด พวกเขาอาจเป็นศิลปิน, แพทย์หรือครู แต่ผมเชื่อว่าการเรียนโค้ดดิ้งและทักษะการคิดเชิงคำนวน จะช่วยให้เด็กๆสามารถทำในสิ่งที่ตนเองสนใจได้อย่างยอดเยี่ยมในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยดิจิตอลเช่นนี้”

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเรียนการสอนด้านโปรแกรมมิ่งอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกับในอีกหลายประเทศที่มีการเรียนการสอนด้านโค้ดดิ้งอยู่ในหลักสูตรภาคบังคับแล้ว โดยอังกฤษเป็นประเทศแรกๆที่นำร่องเรื่องนี้ ใกล้บ้านเราหน่อยก็มีสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยเองมีการบรรจุวิชาวิทยาการคำนวนลงในหลักสูตรขั้นพื้นฐานเรียบร้อยแล้วเช่นกันในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) โดยมี สสวท. เข้ามาช่วยเรื่องการปรับปรุงหลักสูตร นับเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มแรกๆที่ผลักดันการเรียนการสอนด้านนี้ นับเป็นโอกาสดีในการพัฒนาบุคลากรทั้งนักเรียนและครูไปพร้อมๆกัน

อ้างอิง