\\\  Article Section

ภายใต้เทคโนโลยีที่เกิดใหม่มากมาย…ชวนสับสน
เราในฐานะคนทำธุรกิจ
ควรให้ความสนใจกับอะไรมากที่สุด?

คำตอบนั้นอาจแตกต่างขึ้นอยู่กับแต่ละธุรกิจ แต่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหน การรับทราบ Mega Trend ใหญ่อย่างรายงานการศึกษาชิ้นนี้ จะช่วยไกด์ไลน์แนวทางให้แก่คุณได้แน่นอน

เมกะเทรนด์โดย Gartner

Gartner เป็นบริษัท Technology Research ที่ทุกๆ ปี จะมีจัดทำรายงานที่มีชื่อเรียกว่า Gartner’s Hype Cycle ออกมา โดยรายงานล่าสุดเป็นรายงาน The Hype Cycle for Emerging Technologies รวบรวมแง่มุมที่คนทำงานในหลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็น นักกลยุทธ์, Chief Innovation Officer และทีมสายเทคโนโลยี ควรพิจารณาในการนำ Emerging Technologies (เทคโนโลยีเกิดใหม่) ไปใช้กับธุรกิจของตน

 

ชาร์ตระบุชื่อเทคโนโลยีรวมถึงการคาดการณ์ว่าจะมาเป็น Mainstream เมื่อใด ซึ่งมีตั้งแต่ 2-5 ปี, 5-10 ปี ไปจนถึง 10 ปีขึ้นไป

ล่าสุด Gartner ศึกษาเทคโนโลยีกว่า 2,000 ตัว จนสรุปออกมาได้เป็น Mega Trends 3 กลุ่ม ที่เชื่อว่าจะเข้ามาสร้างอิมแพ็คให้ธุรกิจอยู่รอด และอยู่อย่างแข็งแกร่งในโลก Digital Economy ในอีก 5-10 ปีต่อจากนี้

3 กลุ่มเทคโนโลยีที่ควรจับตา…ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอีกทศวรรษ

Artificial Intelligence (AI) จะมาแน่ ในทุกๆ ที่

เทคโนโลยีกลุ่ม AI (ปัญญาประดิษฐ์) เป็นคลาสที่เรียกได้ว่าจะเข้ามา Disrupt ธุรกิจมากที่สุดตลอด 10 ปีต่อจากนี้ ด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ของมันค่อนข้างเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็น…

  • คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลที่สูงขึ้น
  • ปริมาณ Data ที่เกิดขึ้นอย่างมากมายเหลือเฟือ
  • การทำ Deep Neural Networks ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น

สิ่งเหล่านี้จะทำให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยประยุกต์ Data มาใช้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเจอมาก่อนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ภายใต้คลาส AI นี้ มีเทคโนโลยีแยกย่อยอีกมากมาย สำหรับองค์กรที่ต้องการนำ AI ไปใช้ Gartner แนะนำให้ศึกษาเทคโนโลยี/แนวคิดภายใต้คลาสนี้เพิ่มเติม ได้แก่

  • Machine Learning

เป็นศาสตร์การสร้าง AI รูปแบบหนึ่ง หมายถึงการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้โดยที่ไม่ได้เขียนโปรแกรมสั่งโดยตรง เพียงแค่ให้อัลกอริทึมเบื้องต้นที่เพียงพอ พร้อมๆ กับให้ Data จำนวนมาก ให้คอมพิวเตอร์เกิดการเรียนรู้โดยตัวมันเอง

  • Deep Learning

เป็นสาขาหนึ่งของ Machine Learning เกี่ยวข้องกับการสร้าง Neural Networks ขนาดใหญ่

  • Deep Reinforcement Learning

แขนงหนึ่งของ Deep Learning ที่อยู่ระหว่าง Supervised กับ Unsupervised Learning

  • Artificial General Intelligence

จุดสูงสุดของ Artificial Intelligence ที่เหมือนกับมนุษย์ที่สุด อ่านเพิ่มเติม

  • Autonomous Vehicles

รถโดยสารขับเคลื่อนอัตโนมัติ อีกหนึ่งการประยุกต์ใช้ AI ซึ่งเป็นที่จับตามอง

  • Cognitive Computing

ใกล้เคียงกับ Deep Learning แต่ Cognitive นั้นประยุกต์ศาสตร์ด้าน Cognitive Science เข้ามาเพื่อสร้างระบบที่สามารถเลียนแบบกระบวนการคิดของมนุษย์

  • Commercial UAVs (Drones)

ยานพาหนะทางอากาศแบบไร้คนขับ หรือตัวอย่างหนึ่งก็คือ โดรน

  • Conversational User Interfaces

โปรแกรมหน้าจอที่สามารถสนทนาได้ หรือ Chatbot

  • Enterprise Taxonomy and Ontology Management

เกี่ยวข้องกับการสร้าง Knowledge Tree เน้นที่การประยุกต์ใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีแอปพลิเคชันมากมายและต้องจัดการข้อมูลมหาศาล อ่านเพิ่มเติม

  • Smart Dust

เซ็นเซอร์พิเศษที่มีขนาดเล็กมาก (ราวกับฝุ่น) และมีความสามารถสูง ไม่ใช่เพียงตรวจจับค่าต่างๆ ได้มากมาย ทั้งการวัดแสง วัดความร้อน วัดการสั่น ฯลฯ แต่ยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ด้วย

  • Smart Robots

ชื่อเรียกของหุ่นยนต์อัจฉริยะ

  • Smart Workspace

คือการสร้างสรรค์สถานที่ทำงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่การทำงานมากที่สุด ไม่เพียงแต่ AI ในรูปแบบอุปกรณ์โต้ตอบเหมือนอย่างอุปกรณ์ประเภท Smart Home ต่างๆ แต่หมายรวมถึงซอฟต์แวร์ Automatation ที่ช่วยรันการทำงานต่างๆ ให้อย่างอัตโนมัติ ฯลฯ ทั้งนี้ Smart Workspace มีอีกชื่อหนึ่งว่า Future of Work ซึ่งท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ THE VIABLE เช่นเดียวกัน

2. Transparently Immersive Experiences

เทคโนโลยีที่เชื่อม ‘ประสบการณ์’ แบบไร้รอยต่อ

กลุ่มที่สองคือกลุ่มเทคโนโลยีประเภท Transparently Immersive Experiences ซึ่งเป็นประเภทที่เน้นการเข้าใกล้กับประสบการณ์ของมนุษย์มากยิ่งขึ้น และเชื่อมให้คน ธุรกิจ และสิ่งของใกล้ชิด (ไร้รอยต่อ) กันมากกว่าเดิม

ในงาน F8 Conference ของ Facebook ที่ผ่านมาในปีนี้ มีการเปิดตัว Camera Effects Platform ซึ่งเชื่อมต่อเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เข้ากับ Social Media ทำให้เห็นการประยุกต์เทคโนโลยีประเภทนี้ว่าเข้าใกล้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้นขนาดไหน

โดยเทคโนโลยีในกลุ่มนี้ที่ Gartner แนะนำให้ศึกษา ได้แก่

  • 4D Printing

เทคโนโลยีการพิมพ์ 4 มิติ

  • Augmented Reality (AR)

เทคโนโลยีที่นำภาพเสมือนในรูปแบบ 3 มิติ เข้าสู่โลกจริงผ่านกล้อง และประมวลผลวัตถุให้มาทับซ้อนเป็นภาพเดียวกัน

  • Computer-Brain Interface

การติดต่อสื่อสารระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์

  • Connected Home

ก็คือ Smart Home บ้านอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น

  • Human Augmentation

เทคโนโลยีอวัยวะเทียม

  • Nanotube Electronics

แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว

  • Virtual Reality (VR) 

การจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง โดยผ่านการรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส โดยจะตัดขาดเราออกจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันเพื่อเข้าไปสู่ภาพที่จำลองขึ้นมา

  • Volumetric Displays

ระบบการแสดงผลวัตถุแบบสามมิติ

3. Digital Platforms (Platform-enabling Technologies)

แกนกลางสู่การสร้างแพลตฟอร์มและ Ecosystem ใหม่ๆ

Bitcoin เอย Blockchain เอย ปีที่ผ่านมา ชื่อของพวกมันออกข่าวนับไม่ถ้วน จนดูเหมือนว่าใกล้คืบคลานเข้ามาแล้ว แต่อันที่จริง เทคโนโลยีส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น และองค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา/ทดลองเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่ และยังมี Use Cases จริงออกมาให้พบเห็นไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม รายชื่อเหล่านี้ก็มี Potential มากจนเราไม่ควรมองข้าม Gartner ทำนายว่าเทคโนโลยีในกลุ่มนี้จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของทั้งอุตสาหกรรม เพราะกลุ่มนี้คือกลุ่มที่จะเข้ามาเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยรายชื่อที่ควรจับตามอง ประกอบไปด้วย

  • 5G

ระบบการสื่อสารไร้สายรุ่นที่ 5 ซึ่งมีความสามารถในการส่งข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าระบบ 4G ถึง 1,000 เท่า โดยเชื่อว่าจะมีความเร็วประมาณ 100 เมกะบิตส์ต่อวินาที

  • Digital Twin

การบันทึกข้อมูลของสิ่งของในโลกจริงในรูปแบบดิจิทัล ด้วยการเก็บข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ อ่านเพิ่มเติม

  • Edge Computing

การประมวลผลแบบใหม่ที่จะมาเป็นส่วนต่อขยายจากระบบ Cloud มากยิ่งขึ้น โดยย้ายการประมวลผลไปใกล้แหล่งข้อมูลมากขึ้น ทำให้ใช้แบนด์วิดธ์น้อยลง และกระจายตัวทำงานตามที่ Cloud สั่งได้

  • Blockchain

เครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันได้ และรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูลที่อยู่ในระบบ ใครมีสิทธิ์ใช้ข้อมูลในนั้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ใน Block และเป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตคล้ายห่วงโซ่

  • IoT Platform

แพลตฟอร์มครบวงจรสำหรับเทคโนโลยี Internet of Things ที่ทำให้อุปกรณ์ใช้สายและไร้สายสื่อสารและทำงานร่วมกันได้

  • Neuromorphic Hardware

อุปกรณ์ที่มีระบบเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ ซึ่งสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว

  • Quantum Computing

การประมวลผลแบบควอนตัม คือการที่คอมพิวเตอร์นำสมบัติของฟิสิกส์ควอนตัมมาใช้ในการประมวลผล อ่านเพิ่มเติม

  • Serverless PaaS

เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแบ่งเบาภาระของโปรแกรมเมอร์ โดยช่วยลดการทำงานด้านการทดสอบ Code การจัดสรรทรัพยากรบน Cloud ฯลฯ ซึ่ง Serverless PaaS มีอีกชื่อหนึ่งว่า Function as a Service

  • Software-Defined Security

การรักษาความปลอดภัยที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ ซึ่งรองรับการใช้งานแบบ on-demand

เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทในการสร้างให้เกิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ (Platform-enabling technologies) มีความสามารถพิเศษใหม่ๆ ที่ช่วยเสริมให้เกิด Business Model รูปแบบใหม่ที่เทคโนโลยีในอดีตอาจจะทำไม่ได้

\ THE VIABLE SAY \

จากการจัดกลุ่มดังกล่าว สรุปได้ว่า

  • กลุ่ม AI เป็นเทคโนโลยีที่ในปัจจุบันมีความพร้อมสูงที่จะเกิดขึ้น และสามารถประยุกต์ให้ใช้กับฟังก์ชันการทำงานและ Business Model ในปัจจุบันของบริษัทได้ โดยใช้ AI เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น
  • กลุ่ม Transparently Immersive Experiences เป็นกลุ่มที่เทคโนโลยีที่กระโดดออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เหมาะจะเป็นกลุ่มที่ต่อยอดเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ สานปฏิสัมพันธ์กับคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนในบริษัทเองหรือลูกค้า
  • กลุ่ม Digital Platforms เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มองเรื่องการสร้างแพลตฟอร์มและ Ecosystem ใหม่ของตนเอง โดยนำความสามารถของเทคโนโลยีภายใต้กลุ่มนี้ไปช่วยสร้างสรรค์การเชื่อมต่อและ Business Model ใหม่ๆ

ที่เว็บไซต์ THE VIABLE เรามีเรื่องราวสาย Emerging Technologies ให้คุณได้ติดตามอย่างใกล้ชิด เตรียมติดตามคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่จะออกมาอย่างสม่ำเสมอจากพวกเราได้ที่นี่

\ ENDNOTES \ 
  • Gartner Identifies Three Megatrends That Will Drive Digital Business Into the Next Decade View article
  • Top Trends in the Gartner Hype Cycle for Emerging Technologies, 2017 View article

For and overview of the impact blockchain is having across industries. View article