ปัจจุบันนี้ อินเทอร์เน็ต แทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของพวกเราทุกคนไปแล้ว จนมีคำพูดว่า ขาดอะไรก็ขาดได้ แต่ขาดอินเทอร์เน็ตแล้วอยู่ไม่ได้…ใจจะขาด

หลายปีที่ผ่านมาอินเทอร์เน็ตช่วยทำให้โลกของเราเล็กลง ทำให้เราติดต่อสื่อสารผ่านจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนกับคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่ไม่นานมานี้เองที่อินเทอร์เน็ตขยายขอบเขตของมันไปไกลกว่าแค่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน แต่มันยังเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ เช่น โคมไฟ รถยนต์ แก้วน้ำ เครื่องปรับอากาศ ทำให้เราสามารถสื่อสารระหว่างเรากับอุปกรณ์เหล่านั้นได้ หรือทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นสื่อสารกันเองได้ด้วย นี่คือสิ่งที่เราเรียกกันว่า Internet of Things (IoT)

smart home

เจ้าสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่มีอินเทอร์เน็ตในตัว (Internet Based Product) หรือที่เราเรียกว่าอุปกรณ์ IoT นี้ ทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราไม่ต้องเดินไปควบคุมหรือสั่งงานที่ตัวอุปกรณ์โดยตรงอีกต่อไป เพราะเราสามารถตั้งโปรแกรมการทำงานหรือรับข้อมูลการใช้งานจากระยะไกลได้ เช่น

  • ขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน เราสามารถสั่งเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น โคมไฟ วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ
  • เราสามารถบอกให้ Amazon Echo Dot หรือ Google Home เรียก Uber มารับเราได้
  • เราสามารถตั้งโปรแกรมแปรงสีฟันและเก็บข้อมูลหรือสถิติในการแปรงฟันของเราได้
Echo Dot

รูปภาพจาก Amazon.co.uk

อุปกรณ์ที่เป็น Internet of Things (IoT) มีดีกว่าอุปกรณ์ปกติตรงไหนบ้าง?

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเจ้า Internet of Things ทำให้เราติดต่อสั่งการและเก็บข้อมูลจากสิ่งของได้มากขึ้น รวมถึงยังสั่งให้สิ่งของไปคุยกันเองได้ด้วย แล้วมันมีข้อดีอะไรนอกเหนือจากนี้อีก? ผู้เขียนขอสรุปเป็น 5 ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดของ IoT ดังนี้

1. อุปกรณ์ IoT นั้นสามารถอัปเดตได้

ปกติแล้วเวลาเราซื้อมือถือ รถยนต์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้ามาใช้งานแล้ว เมื่อมีสินค้ารุ่นใหม่ออกมาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ฟีเจอร์ใหม่ๆ เราก็อยากจะลองเล่น แต่ดูจะไม่คุ้มถ้าเราต้องทิ้งของเก่าแล้วซื้อของใหม่มาแทนที่ เพราะของเก่าก็ยังใช้การได้ดีอยู่

แต่ตอนนี้มีทางออกที่ดีกว่านั้น เพราะอุปกรณ์ที่เป็น IoT นั้นไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพียวๆ แต่มันมีความเป็นลูกผสมระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ และยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ด้วย ดังนั้น อุปกรณ์ IoT ก็จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า ตกยุคยากกว่า ฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์ IoT ก็จะไม่ตายตัวเหมือนอุปกรณ์ดั้งเดิม เราสามารถอัปเดตฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์เดิมที่เรามีอยู่ได้ โดยการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดลงในอุปกรณ์เดิม เราก็จะไม่พลาดโอกาสที่จะลองฟังก์ชันใหม่ๆ ฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกต่อไป และยังให้ความรู้สึกเหมือนได้ใช้สินค้าใหม่อยู่เสม

smart toothbrush

รูปภาพจาก TechAdvisor.co.uk

  • ตัวอย่าง (1) แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B รุ่น SmartSeries ที่มีการพัฒนาและอัปเดตแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้ควบคู่กับแปรงสีฟันทั้งที่เป็น iOS และ Android ได้ โดยออกเวอร์ชันแรกเมื่อปี 2016 และอัปเดตเวอร์ชันเรื่อยมาจนตอนนี้ออกมาแล้ว 6 เวอร์ชันด้วยกัน (APK Monk, 2017)
  • ตัวอย่าง (2) ปีที่ผ่านมา Tesla (Tesla, 2017) อัปเดตซอฟต์แวร์ของระบบ Autopilot ที่ใช้กับรถยนต์ Tesla Motor Model S ผ่าน Android ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการหลักของรถ โดย Tesla อัปเกรดในส่วนของ Autosteer, Traffic-Aware Cruise Control, Auto Lane Change, Parallel Autopark และอีกหลายอย่างในเวอร์ชั่น 8.1 ซึ่งผู้ใช้ Tesla สามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์ ทำให้ผู้ใช้รถ Tesla Motor Model S มีความรู้สึกว่ารถของตนทันสมัยอยู่เสมอ

2. ช่วยประหยัดเวลามากขึ้น

การที่อุปกรณ์ IoT สามารถควบคุม รับส่งข้อมูล และสั่งการสิ่งของจากระยะไกลโดยผ่านแอปพลิเคชันมือถือนั้น ทำให้สมาร์ทโฟนเป็นเหมือนรีโมทคอนโทรลของเครื่องใช้ทุกๆ อย่างรอบตัว ที่ช่วยให้เราไม่ต้องเดินไปถึงตัวอุปกรณ์เพื่อสั่งงาน นี่ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์ IoT อื่นๆ เช่น Google Home หรือ Echo Dot ที่เป็นเหมือนรีโมทคอนโทรลรุ่นอัปเกรด สามารถสั่งการได้ด้วยเสียง ฯลฯ

electric drive

รูปภาพจาก Daimler.com

  • ตัวอย่าง (1) บริษัทรถเช่าในเมืองออสตินชื่อ Daimler AG’s Car2Go (Car2Go, 2017) ช่วยลดเวลาเดินทางไปรับและส่งรถได้ โดยเราสามารถใช้รถของ Daimler AG’s Car2Go คันไหนก็ได้ที่จอดใกล้เรามากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ริมถนน หน้าปากซอย หรืออยู่ห่างไปเพียง 2 ช่วงตึก เมื่อไปถึงรถก็สามารถปลดล็อคแล้วนำรถไปใช้ได้ทันทีด้วยบัตรสมาชิกของบริษัท และเมื่อใช้รถเสร็จก็ไม่ต้องขับรถไปคืนที่เดิม แต่สามารถจอดและล็อครถไว้ริมถนนได้เลย ระบบจะคำนวณและเรียกเก็บเงินตามเวลาที่เราใช้รถโดยไม่ต้องไปส่งรถที่สาขาอีกต่อไป
  • ตัวอย่าง (2) หากเราอยู่นอกบ้านและตอนบ่ายๆ อยากกลับไปดื่มกาแฟที่บ้านสักถ้วย เราสามารถสั่งหรือตั้งเวลาให้เครื่องชงกาแฟที่บ้านชงกาแฟรอเราได้ เมื่อถึงบ้านก็สามารถดื่มด่ำกับกาแฟร้อนๆ ได้ทันที หรือถ้าเราไม่อยากชงดื่มเองที่บ้าน เราอาจใช้วิธีเดียวกันนี้กับการสั่งกาแฟจาก Starbucks (Elgan, 2014) ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ แอปพลิเคชันจะแจ้งพิกัดสาขาที่ใกล้ที่สุดและโชว์เมนูที่เราดื่มประจำมาให้เลือก เราแค่กดยืนยันและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน หลังจากนั้นก็ไปรับกาแฟที่ร้านได้โดยไม่ต้องต่อคิว

3. ช่วยให้เกิดการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

การที่ความสามารถในการรับส่งข้อมูลของอุปกรณ์ IoT มีมากขึ้นและใช้งานได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูล Real-Time ของการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ และทรัพยากรต่างๆ ได้ละเอียดและแม่นยำขึ้น ช่วยให้ทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตสามารถวางแผนบริหารการใช้พลังงานและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด ส่งผลให้มีต้นทุนการผลิตและการใช้งานที่ต่ำลง รวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

Future Farm

รูปภาพจาก Nesta.org.uk

  • ตัวอย่าง (1) การใช้ระบบ Smart Farm กับภาคการเกษตรและปศุสัตว์ หรือเรียกว่าการเกษตรแบบแม่นยำสูง คือรู้ว่าควรจะใช้ทรัพยากรต่างๆ กับอะไร เท่าไรบ้าง ทำให้เกษตรกรใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับความต้องการของพืชและสัตว์ ทั้งยังช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรและทำให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพตามที่เกษตรกรต้องการมากที่สุด
  • ตัวอย่าง (2) ระบบ Smart Grid และ Demand Response ที่ทำให้ทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้ผลิตไฟฟ้ารู้ได้ทันทีว่า ใครใช้ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน ใช้เมื่อไรบ้าง ช่วงไหนที่เป็นช่วงพีค ช่วงไหนที่เป็นช่วงโลว์ ทำให้ผู้ผลิตสามารถลดการสำรองไฟฟ้าและวางแผนรองรับการใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ได้ ผู้ใช้ก็สามารถปรับและวางแผนควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าในบ้านของตนได้แบบ Real Time  ซึ่งการใช้งาน Smart Grid และ Demand Response นี้ มีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังที่มีผลการวิจัยจาก Navigant Research ว่า รายได้จากการใช้ระบบ Demand Response ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2014 เป็น 9.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 (Varriale, 2014)

4. ช่วยต่อยอดการพัฒนาได้อีกไกล

ประโยชน์อีกอย่างที่เกิดขึ้นจากคุณสมบัติลูกผสมของอุปกรณ์ IoT ที่มีทั้งความเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คือ ทำให้เราเก็บข้อมูลการใช้งานจากตัวอุปกรณ์ได้โดยตรง ซึ่งข้อมูลนั้นก็เป็นข้อมูลที่มีความแม่นยำสูงและน่าเชื่อถือ ทำให้ Developer ทั้งหลายเข้าถึงแหล่งข้อมูลมหาศาลได้ง่ายขึ้นและทำได้ทันที ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ในอนาคต

OpenXC

รูปภาพจาก OpenXCPlatform

  •  ตัวอย่าง Ford OpenXC (OpenXC, n.d.) หรือ Application Programming Interface (API) ของ Ford ที่เปิดกว้างให้เหล่า Developer สามารถเรียกชุดข้อมูลในระบบ Android Library ของ Ford ไปพัฒนาแอปพลิเคชันให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดย Ford เก็บข้อมูลจากการใช้งานจริงของผู้ใช้รถที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วนำข้อมูลที่ได้จาก OpenXC มาใช้ในการพัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Nighttime Forward Collision Warning (OpenXC, 2012) ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นเวลาขับรถในที่มืด ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันใน Android  ที่สามารถใช้กับกล้อง Webcam ทั่วไปได้

Night Vision 1 Night Vision 2
Nighttime Forward Collision Warning | รูปภาพจาก OpenXCPlatform.com

5. สามารถเข้าถึง Customer Insight ได้มากขึ้น

ข้อมูลลูกค้ามีความสำคัญอย่างมากสำหรับนักการตลาดในปัจจุบัน ยิ่งใครมีข้อมูลของลูกค้าอยู่ในมือมากก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะสามารถศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้มากขึ้น ดังนั้นการที่อุปกรณ์ IoT เก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าได้อย่างละเอียดและถูกต้องมากขึ้นจึงเป็นเสมือนอาวุธสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำความทำความเข้าใจและค้นหา Customer Insight ซึ่งนำไปสู่พัฒนาสินค้าที่เข้าถึง Unmet Need และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความภักดีและผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

SPG, Mobile

รูปภาพจาก SPGPromos.com

  • ตัวอย่าง เครือโรงแรม Starwood (Tim Lott, 2015) ที่ใช้ IoT สร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า โดยใช้แคมเปญโฆษณาที่แตกต่างกันไปตามความสนใจของลูกค้าแต่ละคน และหลังจากที่ลูกค้าจองห้องแล้ว ระบบก็จะคำนวณระยะเวลาการเดินทาง ข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น ความสนใจหรือความชอบต่างๆ เพื่อนำเสนอบริการที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล นอกจากนั้น ลูกค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนของตัวเองแทนคียการ์ดในการเปิดประตูห้องได้โดยไม่ต้องติดต่อเคานต์เตอร์โรงแรมอีกต่อไป และเมื่อเข้าไปในห้องแล้วลูกค้าก็สามารถควบคุมระบบทุกอย่างภายในห้องได้ เช่น ปิดเปิดไฟในห้อง เครื่องปรับอากาศ ทีวี วิทยุ สั่งอาหาร ก็ทำได้ผ่านสมาร์ทโฟนเช่นกัน

\ VIABLE SAY \

5 หัวข้อที่กล่าวมานี้เป็นเพียงประโยชน์บางส่วนของ IoT เท่านั้น อันที่จริงประโยชน์ของอุปกรณ์ IoT นั้นแทบไม่มีขีดจำกัด และคาดว่าอีกไม่นานจะมีอุปกรณ์ IoT ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากทยอยออกมาเป็นสินค้าและบริการให้เราได้เห็นและใช้กัน ชีวิตก็จะสะดวกสบายมากกว่าปัจจุบันนี้อีกหลายเท่า 

\ ENDNOTES \
  • APK Monk. (2017, Aug). Oral-B App apk. Retrieved Sep 2017, from APK Monk: http://www.apkmonk.com/app/com.pg.oralb.oralbapp/
  • Car2Go. (2017). Main. Retrieved Sep 2017, from Car2Go: https://www.car2go.com/US/en/austin/
  • Elgan, M. (2014, Jun 14). Forget coffee, Starbucks is a tech company. Retrieved from ComputerWorld: https://www.computerworld.com/article/2490746/retail-it/forget-coffee–starbucks-is-a-tech-company.html
  • OpenXC. (2012). Nighttime Forward Collision Warning (“Night Vision”). Retrieved Sep 2017, from OpenXC: http://openxcplatform.com/projects/nightvision.html
  • OpenXC. (n.d.). Overview. Retrieved Sep 2017, from OpenXC: http://openxcplatform.com/overview/index.html
  • Tesla. (2017, March). Software Update. Retrieved Sep 2017, from Tesla: https://www.tesla.com/software
  • Tim Lott, M. H. (2015, April 16). Marketing Beyond Marketing – Starwood & Innovations. Retrieved from Youtube: https://youtu.be/WLWcVhhNmtE
  • Varriale, L. (2014, Sep 6). Demand response programmes will reach $9,7 billion by 2023 in annual revenue. Retrieved from BestMag: https://www.bestmag.co.uk/industry-news/demand-response-programmes-will-reach-97-billion-2023-annual-revenue