“ปีนี้แหละปีทองของ IoT” คือคำกล่าวที่เราได้ยินมานานหลายปี นับตั้งแต่มีการตื่นตัวเรื่อง IoT และดูเหมือนว่าคำกล่าวนี้จะใกล้ความจริงเข้ามาเรื่อยๆ เพราะเป็นที่ประจักษ์กันดีแล้วว่าไม่ใช่เพียงแค่สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอชหรือแท็บเล็ตเท่านั้น แต่ต่อไปนี้ทุกอย่างจะถูกเชื่อมโยงผ่านโลกอินเทอร์เน็ตได้ เห็นได้จากตัวอย่างข่าวฮือฮาของทาง บริษัท เทสลา มอเตอร์ส (Tesla Motors, Inc.) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ที่ได้เผยโฉมซอฟต์แวร์ V.10 อำนวยความสะดวกให้คนขับสามารถเรียกรถจากลานจอดให้มารับเจ้าของรถ จนมีการทำนายว่าในปี 2020 จะมียานพาหนะถึง 250,000 คัน ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ สอดคล้องกับรายงานของนิตยสาร The Economist ที่กล่าวว่าในปี 2020 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่นวัตกรรมด้าน IoT ที่จะเข้าไปอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านไปจนถึงเสื้อผ้า!

Photo by BENCE BOROS on Unsplash

สุดยอด Ecosystem รวมภาครัฐและเอกชนในไทย ผนึกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทอง IoT

ปัจจุบันนวัตกรรมด้าน IoT ได้ถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันจนเราคาดไม่ถึง คุณสามารถบอกส่วนผสมและจำนวนแคลอรี่ของอาหารเพียงแค่กดปุ่มเดียว หรือแม้กระทั่งสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยอัตโนมัติ ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาให้มีความฉลาดและใกล้ชิดกับเรามากขึ้นทุกวัน

สำหรับประเทศไทยนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็เตรียมความพร้อมและให้ความสำคัญกับกระแสเทคโนโลยี IoT เพื่อให้สอดคล้องกับยุคอุตสาหรรม 4.0 ซึ่งทีมงาน The Viable ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ความร่วมมือที่สำคัญ กับโครงการ IX Program ที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาควิชาการ ภาคมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน รวบรวมสรรพกำลัง สร้าง Ecosystem ที่แข็งแรง เพื่อจับทิศทางตลาดทางด้านนวัตกรรม IoT ในอนาคต นำทัพโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ได้จัดเตรียมความพร้อม สร้างพื้นที่สำหรับนวัตกรให้สามารถพัฒนาไอเดีย เพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ IoT ที่ใช้ได้จริงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้

พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Innovation Experience Program หรือไอเอ็กซ์โปรแกรม (IX Program) โครงการที่ต้องการสร้างนวัตกรที่เข้าใจตลาด และนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในภาคการผลิต เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนในการผลิต และก่อเกิดเป็นนวัตกรรมเพื่อนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ โดยไอเอ็กซ์โปรแกรมจะประกอบไปด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่จะมีส่วนร่วมในการสร้าง Maker ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการทั้งหมด 5 ขั้นตอน ได้แก่

  1. Ideation พื้นที่อิสระทางความคิดเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย

IX และเครือข่ายพันธมิตรช่วย Maker ค้นหาและเข้าใจปัญหาของภาคอุตสาหกรรมด้วย Workshop ด้าน Design Thinking ให้ Maker ได้ระดมความคิดหา Idea สําหรับการออกแบบและพัฒนานวัตกรรม IoT ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

  1. Experiment and Acceleration พื้นที่ทดลองแบบติดสปีดด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น

ให้ Maker ทดลองสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ผ่าน Lean Startup Process ที่เน้นการลดขั้นตอนที่ไม่สําคัญ และใช้ทรัพยากรเท่าที่จําเป็น เรียนรู้ที่จะผิดพลาดเพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วย  Growth Hacking Strategy

  1. Project Development พื้นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์

ค้นหา MVP (Minimum Viable Product) ที่เป็น market-fit solution พร้อมกับการสร้าง Business Model เพื่อเริ่มต้นโครงการต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าเชิงพานิชย์ เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนของการทําธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

  1. Productization เพิ่มโอกาส Networking ขับเคลื่อนความร่วมมือ สร้างผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดโลก

IX มี Networking เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถให้คําปรึกษาเพื่อให้ Maker ได้ผสมผสานองค์ความรู้ด้านธุรกิจ เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดการแข็งขัน ทํา Pitching หรือ การเสนอผลิตภัณฑ์ให้ กับลูกค้าและนักลงทุน เพื่อทําการระดมทุนในการผลิต ขยายจํานวนผลิตภัณฑ์ในปริมาณมาก (Mass Production) ผลักดันให้เกิดอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยใช้เทคโนโลยีการผลิต 4.0

  1. Commercialization นำโลกเทคโนโลยีและโลกธุรกิจมาเจอกันเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่แท้จริง

Innovation = Invention x Commercialization เพราะแม้ Technology จะเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงนวัตกรรม แต่หาก ไม่สามารถนําสิ่งประดิษฐ์เข้าสู่ตลาดได้ (Commercialization) ก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นนวัตกรรม (Innovation) เพราะ นวัตกรรม มีส่วนผสมทั้งจาก Business Model และ Market Positioning ศูนย์ IX จะเป็นเสมือนวงกลมครบลูปที่เชื่อมต่อคนทํา Technology และ Business Developer นับเป็นการส่งเสริมผลักดันให้นวัตกรรมถูกนําไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑฑ์ IoT ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

นวัตกรรุ่นใหม่ ผลักดันวงการ IoT ไทยสู่ตลาดโลก

ศูนย์ไอเอ็กซ์ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยภายในงานเปิดตัวได้มี Panel Discussion ร่วมเสวนาถึงเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้าน IoT, การพัฒนาต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์ การผลิตในเชิงพาณิชย์ จนไปถึงด้านการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจที่ได้ฝากไว้สำหรับ Maker นักประดิษฐ์ คือแนวคิดที่สำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ภาคอุตสาหกรรม โดยกระบวนการคิดริเริ่มจะต้องคิดถึงการผลิตในเชิงพาณิชย์ กล่าวคือจะต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการผลิตที่มีจำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการของตลาด และมองตลาดให้กว้างมากกว่าเพียงแค่ตลาดในเมืองไทย แต่ให้มองกระแสของตลาดโลก เพราะภาพที่กว้างกว่าหมายถึงโอกาสในการขายที่มากกว่านั่นเอง

สิ่งสำคัญที่นำพาให้นวัตกรชาวไทยเติบโตได้ในยุคทองของ IoT นอกจากจะมีไอเดียของนวัตกรรมแล้ว ต้องมีกระบวนการคิดที่เข้าใจตลาดและกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น ในส่วนนี้ ศูนย์ไอเอ็กซ์จะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในการเป็นพื้นที่ที่บ่มเพาะ Maker ชาวไทย สร้างสรรค์นวัตกรรม IoT ออกสู่ตลาด ทางทีมงาน The Viable เชื่อมั่นว่า Maker เหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาให้ประเทศไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมรับเทรนด์ของ IoT ทั่วโลกที่กำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2020 อย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่สนใจศูนย์ไอเอ็กซ์สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ชั้นใต้ดิน อาคาร KX (Knowledge Exchange) ถนนกรุงธนบุรี ตามแผนที่นี้ Map

 

อ้างอิง