ณ วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Netflix บริษัทผู้ใช้บริการแพลตฟตอร์มสตรีมมิ่งเบอร์ 1 ของโลก เพราะในปัจจุบัน Netflix มีลูกค้าที่เป็น subscribers กว่า 150 ล้านคน และให้บริการแล้วกว่า 190 ประเทศทั่วโลก มูลค่ากิจการสูงหลักแสนล้านดอลลาร์!

แน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของ Netflix มาจากโมเดลธุรกิจที่ disrupt การเช่าหนังแบบเดิมๆ และรวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำหน้า แต่แค่นั้นไม่พอ เพราะถ้าเข้าไปดูจริงๆ ความยิ่งใหญ่ของ Netflix มีเรื่องการของบริหารคนในองค์กรที่สุดยอดจนทำให้เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกด้วย

บทความนี้จะมาถอดรหัสให้เห็นว่า Netflix ทำได้อย่างไร?

ถ้าจะทำความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรของ Netflix ที่เรียกได้ว่า “วงใน” ที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นหนังสือ Powerful : Building a Culture of Freedom and Responsibility ที่เขียนโดย Patty McCord ผู้ซึ่งทำงานใน Netflix มาเป็นนานกว่า 14 ปีในตำแหน่งงานสาย HR ของบริษัท

ข้อมูลวงในที่ insight สุดๆ ในหนังสือเล่มนี้ เล่าถึงวัฒนธรรมในองค์กรของ Netflix ที่ทั้งเนี้ยบและแตกต่างอย่างไม่เหมือนใคร เช่น

  • Netflix ต้องการให้พนักงานทุกคนเข้าใจในธุรกิจภาพรวม: Netflix มีวัฒนธรรมของการสื่อสารระหว่างทีมที่ประหลาดมาก เพราะองค์กรโดยทั่วไปจะมีการจัดลำดับขั้นที่เป็นช่วงชั้น คือหัวหน้า ลูกน้องคนสนิท ลูกคนที่ขยับวงออกมา จนถึงพนักงานชั่วคราว แต่สำหรับ Netflix ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในบริษัท คุณคือคนสำคัญ ดังนั้นต้องเข้าใจภาพรวมของธุรกิจที่กำลังทำอยู่ รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีเป้าหมายและทิศทางอย่างไร มากไปกว่านั้นจะต้องรู้ถึงข้อจำกัด อุปสรรค และปัญหาที่มีในองค์กรเพื่อทำให้พนักงานมีส่วนร่วม (emgagement) กับทุกๆ งานที่กำลังทำ เรียกได้ว่า Netflix เติม “วัตถุประสงค์” เข้าไปในตัวพนักงานอย่างเต็มเปี่ยม
  • จะเก่งขึ้นได้ ต้องกล้าถกเถียงกัน: การโต้เถียง แลกเปลี่ยนอย่างดุเดือดของพนักงาน Netflix ถือเป็นเรื่องปกติในองค์กร โดยสิ่งที่ Netflix พยายามสร้างให้พนักงานใช้ในที่ทำงานและการประชุม คือการฟาดและฟันกันด้วยข้อมูล ดุเดือดเลือดพล่าน ไม่มีใครยอมใคร แต่หากหมดเวลางานแล้วยังคงเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันได้ นี่คือวัฒนธรรมของการเชื่อว่าจะเก่งขึ้นได้ ต้องกล้าสู้กันด้วยประเด็นและข้อมูล
  • มองไปข้างหน้าเสมอ: อย่ายึดติดในสถานะเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในอดีต วิธีการเก่าๆ ในอดีต หรือแม้กระทั่งความผูกพันกับองค์กร เพราะ Netflix ต้องเดินไปข้างหน้าเสมอ การมองให้ไกลถึงอนาคตจึงสำคัญ จงเป็นมืออาชีพ และทำงานอย่างเป็นทีม ไม่ใช่ครอบครัว
  • อย่าเก่งไปเสียทุกเรื่อง จงใช้คนให้เป็น: สำหรับหัวหน้าทีมที่ Netflix แล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การที่คุณเก่งที่สุดในทุกงาน แต่คุณต้องใช้คนให้เป็น คนไหนเก่งในเรื่องใดต้องมองให้ออก แล้วนำมาผสานร่วมกับทีมเพื่อทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ร่วมกัน นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของ Netflix
  • ใช้เงินแก้ปัญหา: บางครั้งโจทย์บางโจทย์ก็ใช้ “เงิน” แก้ปัญหาได้ เช่น การจ้างคนเก่งๆ มีประสิทธิภาพสูงๆ ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงจากราคาตลาด เพราะหากบริษัทต้องการคนที่มีทักษะนั้นๆ ในช่วงเวลาที่จำเป็น Netflix ก็พร้อมที่จะจ่ายราคาหนักๆ เพื่อมาทำงาน และผลักดันงานให้สำเร็จได้อย่างไม่มีข้อแม้

กฎไร้กฎ: ว่าด้วย “เสรีภาพ” และ “ความรับผิดชอบ” คำตอบสุดท้ายของ Netflix

นอกเหนือไปจากวัฒนธรรมในองค์กรที่ต้องทำร่วมกันแล้ว Netflix ยังมีวิธีในการคัดเลือกพนักงานและรักษาพนักงานอย่างโหดสุดๆ

หลักการของ Netflix ในเรื่องการบริหารจัดการคนคือ ถ้าพนักงานคนนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานอยู่ในระดับสูง Netflix จะมีเงินโบนัสตอบแทนให้ในระดับสูง (ไม่รวมเงินเดือน) พูดง่ายๆ คือตบรางวัลให้อย่างหนัก หากทำงานได้ดีกว่าที่บริษัทคาดหวังไว้

แต่ในขณะเดียวกัน หากพนักงานคนนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานอยู่ในระดับ “กลางๆ” (ไม่ใช่ต่ำ เพราะหากประเมินว่าได้ต่ำ อย่างไรก็ต้องออกจากบริษัทอยู่ดี) Netflix อาจพิจารณาจ้างออก โดย Netflix ให้เหตุผลว่า หากผลงานไม่เข้าตา อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย สู้จ้างออกจากบริษัทด้วยจำนวนเงินที่ยุติธรรมเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า

ไม่แปลกที่ Netflix จะเหลือแต่คนเก่งๆ มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง โดย Netflix ระบุว่า คุณค่าที่บริษัทใช้เป็นมาตรฐานสำหรับพนักงานคือการให้ “เสรีภาพ” และคาดหวัง “ความรับผิดชอบ” ตอบกลับมา

การที่ Netflix เลือกจ้างคนเก่งๆ ระดับหัวกะทิ คือการไว้ใจพนักงานว่า ถึงที่สุดแล้ว เมื่อคุณเก่งจริง บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ใดๆ มาบังคับ

ดังนั้น จะลากี่วัน จะลานานเท่าไหร่ แต่ถ้าผลงานดี เข้าตาบริษัท ประสิทธิภาพสูงสุดยอด … ใครจะว่าอะไรได้

Netflix บอกด้วยว่า “เราจ้างคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วมาทำงานด้วย”  เพราะฉะนั้น กฎเกณฑ์จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องมาบังคับกัน อาจสรุปได้ว่า การไม่มีกฎของ Netflix ได้สร้างวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ ความเชื่อใจกันในขั้นสูง (high trust culture) ภายในบริษัท และสิ่งนี้เองที่ทำให้ Netflix เติบโตมาจนถึงจุดที่เรียกได้ว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลกในการทำธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่ง

แต่จะว่าไปการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นการที่ Netflix ก้าวมาได้ถึงจุดนี้ ก็ต้องจำเป็นที่จะ “เด็ดขาด” ในหลายๆ เรื่องเป็นธรรมดา

Source – หนังสือ Powerful : Building a Culture of Freedom and Responsibility, Forbesสไลด์เรื่องการทำงานและวัฒนธรรมในองค์กรอันโด่งดังของ Netflix