ในยุคดิจิทัลที่มีความเปลี่ยนแปลงแบบติดจรวด หากเราไม่ก้าวตามหรือตามไม่ทันเทคโนโลยี บางเรื่องอาจซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้ในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้คาดการณ์ถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในระยะยาวยากขึ้นไปอีก

คงไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่าเทคโนโลยีจะล้ำกว่าวันนี้อีกกี่เท่า? แต่น่าตั้งคำถามว่า เรามีวิธีหรือกระบวนการที่ช่วยสร้างแพทเทิร์นกระบวนการคิดเพื่ออนาคตได้ไหม?

คุณบุญชัย พัฒธนานนท์ ที่ปรึกษากลุ่มบริษัทจีเอเบิล อดีตกรรมการและประธานฝ่าย Human Resource/Quality Development สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ผู้คลุกวงในโลกไอทีให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการคิดแบบ ‘Plausible Scenario’ ไว้ในงาน Digital Darwinism Day แล้ว

เข้าใจ ‘ความซับซ้อน’ ในยุคดิจิทัลก่อน

คุณบุญชัยกระตุกต่อมคิดตั้งแต่ตอนต้นด้วยการถามผู้ฟังเกี่ยวกับคำว่า ‘Complicate’ กับ ‘Complexity’ ว่าสองคำนี้มีความหมายต่างกันอย่างไร ในเมื่อแปลว่า ความซับซ้อน เหมือนกัน? จากนั้นอธิบายความแตกต่างและสิ่งที่สัมพันธ์กันว่า

  • Complicate หมายถึง สลับซับซ้อน เช่น เครื่องบินเจ็ต มีความสลับซับซ้อนของระบบการทำงาน แต่มี Logic มีเหตุและผลในการทำ หาเหตุผลได้ จัดการด้วยโปรแกรมได้
  • ขณะที่ Complexity หมายถึง สลับซับซ้อนในแง่ที่หา Logic ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เช่นที่หลายคนพยายามทำโมเดลเก็บ Data แต่บางอย่างทำเป็นโมเดลสำเร็จรูปที่รันแบบ Computation ไม่ได้
  • เนื่องจากทุกอย่างในโลกเชื่อมต่อกันได้เพราะมีอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิด Complexity ขึ้นมากมาย และนำไปสู่ปรากฏการณ์ Emerging ซึ่งเร็วเกินกว่าเทคโนโลยีจะตามทัน
  • ในด้าน Human Nature หรือ ธรรมชาติของมนุษย์ ยังคงเป็นสิ่งที่ทำนายยากมาก เราจึงต้องรู้จักพื้นฐานความคิดของมนุษย์ก่อน ซึ่งบางครั้งก็ใช้ระบบ เช่น AI ตรวจจับธรรมชาติของมนุษย์ได้ แต่บางครั้ง Complexity ก็ก้าวหน้าไปไกลเกินกว่า AI จะจับได้ไล่ทัน ระบบต่างๆ จึงต้องทำงานร่วมกับมนุษย์ที่มี Conscious เพื่อให้มันเข้าใจทั้ง Content และ Context

ถึงเวลาใช้กึ๋นสร้าง ‘แพทเทิร์นแห่งความเป็นไปได้’

การทำนายอนาคตต้องรู้ว่า อะไร สิ่งไหนมีความเป็นไปได้ ซึ่งคุณบุญชัยแนะนำ 3 คำให้รู้จักผ่านการเคลื่อนที่ของเวลา ซึ่งจะทำให้เกิดสิ่งนั้นๆ มากขึ้นหรือน้อยลงกว่าเดิม ได้แก่

  • Possible เป็นไปได้
  • Plausible มีเหตุมีผลว่าจะเกิดขึ้นได้
  • Probable อาจจะเกิดขึ้นได้

“นี่คือหลักการมองอนาคตว่าเรา Prefer ตรงไหน” คุณบุญชัยกล่าว

ซึ่งการจะทำนายอนาคตได้แบบ ‘Plausible’ มีเหตุผลที่จะเป็นไปได้ ผู้นำองค์กรย่อมต้องได้ Data หรือ Information จำนวนมาก ซึ่ง Data บางอย่างนั้นแปลงเป็นดิจิทัลไม่ได้ แต่ก็ต้องรวบรวมทั้งที่เป็นดิจิทัลและไม่เป็นดิจิทัล แล้วนำมาย่อยเพื่อสร้าง ‘แพทเทิร์นการมองอนาคต’ โดยต้องเชื่อมต่อเป็นเน็ตเวิร์คกับกลุ่มคนหลายสาขาอาชีพเพื่อมาร่วมกันสร้าง Intelligence ที่สามารถทำความเข้าใจทั้ง Content และ Context ได้

เนื่องจากเราสอนให้ระบบต่างๆ เข้าใจ Content ได้ แต่ยังไม่สามารถเข้าใจ Context หรือบริบทได้ ‘CXQL Loop’ จึงเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เข้าใจ Context มากขึ้น โดยเริ่มจาก Connect กับคนหลายอาชีพแล้ว eXplore พูดคุย สำรวจ วิจัย จากนั้นลอง Quest แสวงหาความเป็นไปได้ แล้ว Learn รู้จากสิ่งนั้น

CXQL, Loop

เมื่อทำเป็นวัฏจักรต่อไปเรื่อยๆ นำไปสู่ภาพด้านล่างคือการได้ Network, Information, Intelligence และ InsightCXQL, network, insight

สู่การปักหมุดแห่งความเป็นไปได้

การที่ผู้นำองค์กรมีพื้นความรู้ที่หลากหลายนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในโลกดิจิทัลที่มีความ Complexity อย่างที่เราคาดไม่ถึง

“ถ้าเห็นทางเลาๆ แล้วปักหมุดวาง Vision เดินไป ผมใช้คำว่า ‘Plausible Scenario’ ซึ่งเทคโนโลยีมีโอกาสที่จะเรียนรู้ ทำได้ แต่ Scenario คือ Context ที่นำไปใช้ได้ในอนาคต ถ้าไม่ใช่ก็ไม่แมตช์กัน เพราะบริบทมีอะไรเยอะแยะและมีความสลับซับซ้อนมากกว่านั้น

ดังนั้น เราต้องการทำอะไร อย่างไร ต้องนำ Data มา Discuss มาวางแผนกัน จากความรู้ที่หลากหลายจะช่วยให้เราเขียน Possible Scenario ได้ใกล้เคียงมากขึ้น ซึ่ง CXQL Loop คือการเห็นบริบทเยอะๆ จากสิ่งที่เรามี ตรงนี้ต้องอาศัยเพื่อนฝูงหรือเน็ตเวิร์คที่กว้างขวางมากพอ ทำให้ได้คิด ได้ Discuss เป็นการคอนเน็คไปกับ Source of Information ทำให้เราเห็น Data เยอะแยะไปหมด ซึ่งไม่ใช่แค่ที่เป็น Data ประสบการณ์ก็เป็น ซึ่งมีส่วนที่คอมพิวเตอร์ไม่รู้ไม่เห็น” คุณบุญชัยอธิบาย

Digital Darwinism, G-ABLE

อย่างไรก็ตาม ต้องพึ่งพา ‘กึ๋น’ ของผู้นำอย่างมากในการนำ Insight จาก Data มหาศาลที่มีออกมาใช้ประโยชน์ ซึ่งถ้าสามารถสร้างแพทเทิร์นที่เป็น ‘Plausible Scenario’ ในองค์กรออกมาได้ด้วย Sense of Direction ของผู้นำ องค์กรก็จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่อๆ ไปได้และผู้นำจะมองเห็นโอกาสอีกสารพัดช่องทาง

ในตอนท้าย คุณบุญชัยบอกเพิ่มด้วยว่าล่าสุด จีเอเบิลเปิดหน่วยงาน FX eXploration ขึ้น เพื่อวิจัยและมุ่งสร้างธุรกิจ สร้าง Intelligence แห่งอนาคต ซึ่งหน่วยงานนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนตัวตลอดเวลา นอกจากนี้ยังต้องการสร้าง FX eXploration Forum เพื่อให้ทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกอนาคตร่วมกันด้วย

\ VIABLE SAY \

ถ้าเรายังอยู่ในกลุ่มคนเดิมๆ สังคมเดิมๆ ความเป็นไปได้ที่จะได้ในสิ่งที่คล้ายเดิม วังวนเดิมๆ มีสูงมาก
ดังนั้น ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเชื่อมร้อยทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เรารับรู้เรื่องราวใหม่ที่เกิดขึ้นข้ามทวีปได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยน ฯลฯ เราเองก็ควรเชื่อมร้อยคนหลากหลายสาขาอาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้ด้วย เพื่อนำความรู้ความสามารถหรือจุดแข็งของคนและประสบการณ์ที่พบเจอมา Merge สร้างนวัตกรรมใหม่ สินค้าหรือบริการใหม่ ตลอดจนแนวคิดใหม่ๆ ด้วยสายตาที่กว้างไกลขึ้น แล้วจะเห็นแนวโน้มว่า ‘สิ่งไหนที่เป็นไปได้จริง’ ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา