Technology Adoption Trends Curated by G-ABLE

ตามรายงานข่าวด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศ คุณอาจจะเห็นการคาดการณ์เทคโนโลยีสารพัดที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก แต่คำถามคือ มีอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยที่พวกเราควรให้ความสนใจ?

นอกจากจะเป็นประเด็นที่พวกเรา The VIABLE รู้สึกสนใจแล้ว เรายังโชคดีที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กลุ่มย่อยกับผู้บริหารของบริษัท Digital Solutions  ของเมืองไทยอย่าง G-ABLE โดยการสัมภาษณ์นี้เราได้พูดคุยกับ

  • คุณสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท G-ABLE
  • คุณปาจรีย์ แสงคำ ประธานบริหารกลุ่มงานโซลูชันทางธุรกิจและบริการกลุ่มบริษัท G-ABLE

สำหรับประเทศไทย ทั้งคู่ได้คัดเลือกเทคโนโลยีที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคคนไทยในอนาคตอันใกล้ ได้เป็น 5 เทรนด์ ได้แก่

  • Voice & Visual Search
  • Conversational Platform
  • Cryptocurrency
  • Counterfeit Reality
  • Internet of Things (IoT)

สำรวจ 5 เทค 5 เทรนด์ที่จะมีอิทธิพลกับคนไทย

1. Voice & Visual Search (การค้นหาด้วยเสียงและภาพ)

voice search การค้นหาด้วยเสียง

นวัตกรรมการ Search จากที่เป็นการค้นหาคำหรือข้อความ ปัจจุบันรองรับการค้นหาด้วยเสียงและภาพได้แล้ว ถามว่าทำไมเทรนด์ถึงมาทางเสียงและภาพ ก็เพราะพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปจากเดิมเพราะมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น เช่นในแอปพลิเคชันแชท ผู้ใช้บริการบางคนพูดลงไปในแอปมากกว่าพิมพ์ข้อความด้วยซ้ำ

ความน่าสนใจของ Voice & Visual Search คือเป็นนวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Milennial) เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่ม Silver Age (กลุ่มผู้บริโภควัยเกษียณ) ด้วย ซึ่งสะดวกใช้งาน Voice และ Visual มากกว่า Text

\ ประเด็นเรื่องภาษาไทย? \

มีประเด็นน่าสนใจว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้รองรับการใช้งานภาษาไทยได้ดีแล้วหรือไม่? คุณปาจรีย์ได้อัปเดตข้อมูลในไทยเพิ่มเติมให้ว่า ปัจจุบันมีบริษัทหลายบริษัทที่พัฒนา NLP (Natural Language Processing) ภาษาไทย ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริษัทสาย Social Media Analytics ที่วิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียล ซึ่งบริษัทเหล่านี้กำลังมีการเปิด API ให้คนภายนอกสามารถใช้งาน NLP ได้

อีกเรื่องคือการออกแบบประสบการณ์การใช้แอปพลิเคชันให้เป็นแบบ Topic-based คือจำกัดขอบเขตของคำถาม-คำตอบอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันก็สามารถทำได้แล้ว

ส่วนเรื่องการถาม-ตอบอย่างอิสระเหมือนอย่าง Siri อาจเป็นเรื่องที่ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกซักพักใหญ่ๆ

สำหรับเทรนด์ Voice & Visual Search นี้จะเห็นชัดที่สุดในกลุ่ม Lifestyle Application เช่น E-Commerce และ Home Automation โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะมาช่วยเสริมการทำงานของ VPA (Voice Personal Assistant) ในการเชื่อมต่อคำสั่งไปยังระบบอื่นๆ ซึ่ง G-ABLE เชื่อว่า Voice and Visual Search Technology จะเข้ามาแทนที่การทำงานของแอปพลิเคชันในอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความซับซ้อนในปัจจุบัน

ในระดับ Global trend คาดการณ์ว่าภายในปี 2020

ทุกบ้านจะมี VPA อย่างน้อย 2 ตัวต่อหนึ่งครอบครัว

สำหรับ Visual Search ถ้า Retail รายใดในตลาด E-commerce ปรับตัวได้ ตลาดจะขยายทันที เช่น แอป ASOS ของอังกฤษที่เป็น E-commerce Platform ซึ่งผู้บริโภคสามารถถ่ายรูปสินค้าแล้วทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าทันที ทั้งสี ราคา สินค้าในสต็อก และสินค้าที่ใกล้เคียงกันแต่ราคาถูกกว่า

2. Conversational Platform (Chatbot)

conversational platform chatbot แชทบอท แพลตฟอร์มการสนทนา

Conversational Platform คือรูปแบบต่างๆ ที่ Machine ทำงานโต้ตอบกับมนุษย์ ซึ่งหนึ่งในรูปแบบที่คนไทยรู้จักกันดีก็คือ Chatbot แต่ข้อจำกัดของ Chatbot คือ การกำหนดให้ Chatbot มีความรู้เฉพาะทางมากๆ เพื่อทำความเข้าใจ โต้ตอบ และให้ข้อมูลได้อย่างแม่นยำ

ทาง G-ABLE เชื่อว่า ต่อไปจะได้เห็นการโต้ตอบระหว่าง Machine กับมนุษย์ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า VPA (ซึ่งกล่าวไปแล้วในตอนต้น) และ VCA (Virtual Customer Assistant) มากขึ้น โดย VCA คือ การสนทนาทั่วๆ ไประหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการภายใต้กรอบที่กำหนด เช่น เรื่องการขนส่ง เรื่องบริการหลังการขาย โดย VCA จะช่วยดำเนินการแทนผู้ใช้บริการได้ทันที อาทิ การนัดหมาย การเปลี่ยนคืนสินค้า

นอกจากนั้น การสนทนาผ่านการแชทจะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Open Conversation โดยมีรายงานวิจัยพบว่า  เมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ แล้ว ผู้ใช้บริการจะเปิดใจอย่างแท้จริงเมื่อพูดถึงสินค้า บริการ และแบรนด์ผ่านการแชท

\ คนจะอยากพูดคุยกับบอทจริงหรือ? \

สำหรับประเด็นนี้ทั้งคู่ได้ให้คำแนะนำว่า ก่อนธุรกิจจะนำไปใช้ ต้องเข้าใจคำว่า ‘First touch’ (ด่านแรก) และ ‘Second touch’ (ด่านสอง) เสียก่อน

หากต้องการนำบอทมาใช้แทน Call Center ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า คนส่วนใหญ่โทรหา Call Center ด้วย ‘ปัญหา’ ดังนั้นทางที่ดีคือ First touch สำหรับลูกค้าควรเป็น Call Center ที่เป็นคน เพื่อพูดคุยอย่างเข้าใจ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ ‘Customer Support’ แล้วอาจนำบอทมาใช้เสริมการให้บริการเล็กๆ น้อยๆ เป็น Second touch หลังจากผ่านการพูดคุยกับคนแล้ว

อีกแง่หนึ่งคือ หากเป็นเคสการใช้งานที่เป็นการตอบคำถามพบบ่อย แจ้งข่าวสาร หรือแนะนำการใช้งาน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหา เคสนี้การใช้ First touch เป็นบอทก็เป็นสิ่งที่เริ่มมีเห็นกันมากขึ้น

3. Cryptocurrency

คนไทยมีความตื่นตัวต่อ Cryptocurrency กันค่อนข้างมาก และเริ่ม Adopt ใช้ ลองเล่นลองเทรดกันภายในเวลาไม่นาน แต่มันจะรุ่งไปได้ไกลแค่ไหน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่า Regulator ของบ้านเราจะมีทิศทางอย่างไรกับเรื่องนี้

ภายในปี 2018 คำตอบเรื่อง Cryptocurrency จาก Regulator บ้านเราคงจะมีออกมาให้เห็นทิศทางกันชัดขึ้น

หลายคนคงเริ่มเห็นการโอน การแลกเปลี่ยนของ Cryptocurrency ต่างๆ ผ่านทาง E-wallet มากขึ้นแล้ว ซึ่งการเข้ามาของ Fintech หรือบริการอื่นๆ ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต จะทำให้บทบาทของ Regulator ในการควบคุมและให้บริการต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยปกป้องสิทธิของผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภค ซึ่ง Regulator ต้องปรับตัวอย่างมาก

\ DID YOU KNOW \

สำนักวิจัยชั้นนำ Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 มูลค่าของ Blockchain Based Cryptocurrency ในธุรกิจธนาคาร จะมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญ

\ Bitcoin ไก่กับไข่ \

คำถามเรื่อง Bitcoin เปรียบเสมือนเรื่องไก่กับไข่ ตอบยากว่าอะไรต้องมาก่อนมาทีหลัง ผู้บริโภคจะใช้ Bitcoin ต่อเมื่อร้านค้าต่างๆ รับชำระด้วย Bitcoin ในขณะเดียวกัน ร้านค้าจะรับชำระด้วย Bitcoin ก็ต้องเห็นก่อนว่าผู้บริโภคใช้ Bitcoin กันจริง เป็นต้น

วงการเทคโนโลยีมีสิ่งที่เป็นลักษณะไก่กับไข่เช่นนี้อยู่หลายเคส นั่นทำให้คนในระดับภาพกว้างอย่าง Regulator มีบทบาทเข้ามาชี้นำตลาด

เป็นไปได้ว่าบทบาทของ Regulator อาจถูกแบ่งออกเป็นสองแกน

แกนที่หนึ่ง บทบาทในการกำหนดว่าต้องการรวมศูนย์ของบริการต่างๆ ไว้ที่ตนเองมากหรือน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยก็เป็น Partnered หรือ Outsource บริการนั้นๆ ออกไปได้

แกนที่สอง การกำหนดว่าจะเข้าไปควบคุมเรื่องนั้นๆ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งความต้องการควบคุมมากหรือน้อยจะส่งผลต่อการ Adopt ใช้เทคโนโลยีของ Regulator มากขึ้นเท่านั้น

ทั้งนี้ G-ABLE เชื่อว่าปี 2018 จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ Regulator ในไทยมากขึ้น หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดตั้งสนามเด็กเล่นของ FinTech ในนาม Regulatory Sandbox ขึ้น

4. Counterfeit Reality

counterfeit reality

‘Counterfeit Reality’ หรือ ‘ความเสมือนจริง’ (นิยามโดย Gartner) คือการสร้างเรื่องราว (Content) แบบสมจริงขึ้นมาโดยเลียนแบบจากเหตุการณ์จริง สถานที่จริง และสิ่งมีชีวิตจริง โดยเทคโนโลยีต่างๆ อย่าง AR หรือ VR (Augmented Reality และ Virtual Reality) หรือ Digital Twin (แฝดเสมือนในโลกดิจิทัล) ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงการนำประสบการณ์ในอดีตกลับมาเป็นประสบการณ์ใหม่ เช่นในโลกภาพยนตร์ที่มีการนำนักแสดงผู้ล่วงกลับมาแสดงในหนังใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม คุณปาจรีย์ แสงคำ Chief Business Solutions & Services Officer กลุ่มบริษัท G-ABLE กล่าวถึงอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจาก Counterfeit Reality ว่า อาจได้รับผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบ

“สำหรับผลกระทบเชิงบวก เช่น Content Production House แบบเดิมๆ ใช้ยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคที่มีต่อคอนเทนต์หรือสินค้าได้ หรือถ้าเป็นอุตสาหกรรม Entertainment นำ Counterfeit Reality ไปสร้างประสบการณ์ในการทำคอนเสิร์ตเพื่อให้ผู้ชมมีส่วนร่วมหรือแชร์โมเมนต์กับศิลปินได้มากยิ่งขึ้น ส่วนผลกระทบเชิงลบ คือ การเผยแพร่ข้อมูลจะต้องมีการตรวจสอบมากขึ้น หากตรวจสอบไม่ดีและนำเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่ของจริง จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ”

ปาจรีย์ แสงคำ G-ABLE

คุณปาจรีย์ แสงคำ Chief Business Solutions & Services Officer กลุ่มบริษัท G-ABLE

ดังนั้น ในอนาคตอาจจะเห็นการใช้ Veracity Algorithm (อัลกอลิธึมการค้นหาความถูกต้อง) เพื่อหา Truth Information มากขึ้น

\ DID YOU KNOW \

คุณรู้หรือไม่ว่าเราสามารถจำลองวิดีโอ Footage ของบารัค โอบามา ให้มาพูดเนื้อหาในแบบที่เราต้องการได้

ผลงานนี้เป็นผลงานการศึกษาโดยนักศึกษามหาวิทยาลัย Washington คุณสามารถอ่านรายละเอียดและดูความน่าขนลุกของวิดีโอนั้นได้ที่เว็บนี้

นับเป็นตัวอย่างของการทำ Counterfeit Reality ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

5. Internet of Things (IoT)

internet of things IoT

G-ABLE เชื่อว่ามากกว่า 80% ของ Electronic Devices ที่ผลิตขึ้นมาใหม่จะถูกเพิ่มความสามารถด้าน IoT Technology เข้าไป นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถเชื่อมต่อกันและรับรู้สถานะรอบๆ ได้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปประมวลผลร่วมกันแล้วตัดสินใจเพื่อดำเนินการอัตโนมัติแบบ Real time

ที่เห็นได้ชัดก็คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหลายแบรนด์มีความสามารถในเชื่อมต่อกับ VPA เช่น Alexa หรือ Google Home และอุปกรณ์ Home Automation ต่างๆ ได้แล้ว ซึ่ง IoT ในประเทศไทยถือว่ามีโอกาสที่จะเติบโตอีกมาก

\ DID YOU KNOW \

การที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มี IoT embed ลงไปด้วย จะทำให้เพิ่มความสามารถลงไป 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่

  1. สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  2. สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบๆ ได้
  3. เมื่อสามารถเชื่อมต่อเน็ตได้ จะสามารถเข้าถึงการประมวณผลแบบ Cloud Computing ทำให้มีความสามารถเพิ่มเติม เช่น ทำ AI ได้
คุณสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท G-ABLE

คุณสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท G-ABLE

คุณสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท G-ABLE กล่าวสรุปว่า

5 เทรนด์เทคโนโลยีที่เราพูดถึงนี้ ถือว่าเป็นระดับของ Application ที่ผู้บริโภคจะประสบโดยตรง (Touch กับฝั่ง Consumers) เพื่อให้ Application ใช้งานง่าย ตอบสนองและตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้จริง

แน่นอนว่ายังมีเทรนด์ของเทคโนโลยีที่เป็น Engine ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังอย่าง AI, Cloud และ Big Data อีกด้วย นอกจากนี้ เรายังพบว่าเป็นเรื่องท้าทายสำหรับบางองค์กรที่ต้องโฟกัสการดำเนินธุรกิจให้มีผลกำไรและเติบโต ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาและทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางองค์กรจึงสร้างหน่วยงานเพื่อมองหาและสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ในขณะที่ก็ต้อง Operate ธุรกิจเดิมควบคู่ไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จแน่นอนว่าองค์กรควรปรับตัวอย่างไร มีเพียงสิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ ทุกองค์กรต้องเริ่มปรับตัว”

\ VIABLE SAY \

แม้มองเห็นเทรนด์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก็ยังมีอุปสรรคที่ทำให้เทรนด์ดังกล่าวเติบโตหรือขยายตัวได้ช้า เช่น เทคโนโลยี IoT เนื่องจากไทยยังไม่มี IoT Network ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และค่าบริการที่มีราคาสูงทำให้การประยุกต์ใช้ IoT ในประเทศไทยมีข้อจำกัด เนื่องจากไม่คุ้มค่าการลงทุน จึงกลายเป็นปัญหา Dilemma ระหว่าง Demand กับ Supply

และเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปสร้างความเสื่อมเสียได้ เช่น กรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ที่ใช้ AI ในการสร้างรูปปากและเสียงของอดีตประธานาธิบดีโอบาม่า โดยใส่บทพูดใหม่ลงไปและทำได้สมจริง สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยี Counterfeit Reality ถูกนำไปใช้งานในแง่ลบได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงไม่ควรหลงเชื่ออะไรง่ายๆ และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์หรือนำข้อมูลไปใช้งานเสมอ

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก G-ABLE

กี่ยวกับ G-ABLE

G-ABLE คือบริษัทผู้พัฒนาติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน modern digital solutions, enterprise business solutions และ IT infrastructure solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชนและภาครัฐ

G-ABLE