หลายคนคงได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วว่า ปีหน้าคนไทยจะได้ใช้พาสปอร์ตอิเล็คทรอนิคส์เวอร์ชันใหม่ที่มีการเพิ่มอายุการใช้งาน จากเดิม 5 ปีเป็น 10 ปี ไม่เพียงเท่านั้น หนังสือเดินทางเวอร์ชันใหม่นี้ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ลงนามกับกลุ่ม DGM Consortium ให้เข้ามาเป็นผู้จัดหาพาสปอร์ตจำนวน 5 ล้านเล่ม หลังจากชนะประมูลไปตั้งแต่กลางปี

กลุ่ม DGM Consortium ประกอบไปด้วย

  • Data Products Toppan Forms Ltd.  ผลิตและจำหน่าย บัตรพลาสติก เครื่องบันทึกเวลาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเปิด-ปิดประตูอัตโนมัติ ระบบออกบัตร และระบบป้องกันการจารกรรมโปรแกรมและเอกสารอีเล็คโทรนิคส์
  • MultiCert ผู้ให้บริการโซลูชันด้านข้อมูลและความปลอดภัย คาดว่าจะเข้ามาดูแลเรื่องโซลูชัน Public Key Infrastructure ซึ่งใช้ดูแลรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลข้อมูลพาสปอร์ต ทั้งข้อมูลหน้าบัตรและข้อมูลชีวมาตร (biometric) ซึ่งทำงานร่วมกับระบบกุญแจสาธารณะ ICAO PKD ขององค์การการบินระหว่างประเทศ
  • Gemalto บริษัทที่ให้บริการโซลูชันด้านความปลอดภัย ในเครือบริษัท Thales รวมถึงเป็นผู้รับผิดชอบการผลิตหนังสือเดินทางอิเล็คทรอนิคส์ใหม่ด้วย

ภาพจาก Gemalto

จุดที่น่าสนใจคือ Gemalto เป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กร ธนาคารไปจนถึงภาครัฐ โซลูชันด้านความปลอดภัยที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดแต่ไม่ค่อยมีคนรู้มากนัก คือโซลูชันยืนยัน credential ทั้งในซิมการ์ดหรือชิป EMV ในบัตรเครดิต/เดบิต

ส่วนพาสปอร์ตอิเล็กทรอนิคส์ใหม่ที่ Gemalto เป็นผู้ผลิตและคนไทยจะได้ใช้กัน จะมีทั้งหมด 64 หน้า หน้าแรกที่เป็นข้อมูลเจ้าของพาสปอร์ต (e-Cover) ทำจากโพลีคาร์บอเนต มีลักษณะบางและยืดหยุ่น แต่เสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงหลายชั้นจาก Gemalto ดังนี้

ป้องกันการปลอมแปลงหน้า e-Cover

Gemalto ใช้เทคโนโลยีวัสดุและหมึกแบบพิเศษ ที่ไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป การพิมพ์รูปภาพเจ้าของพาสปอร์ตรูปที่ 2 ด้วยหมึกพิเศษ รวมถึงการสร้างรอยนูนบนหน้า e-Cover ด้วยเลเซอร์ กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพาสปอร์ตฉบับจริง ยากแก่การปลอมแปลงไม่ว่าจะด้วยซอฟต์แวร์ หรือการพิมพ์ก็จำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์เฉพาะเท่านั้น

ภาพจาก Gemalto

ป้องกันการเปลี่ยนแปลงช้อมูล

ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลชีวมาตรจะถูกฝังอยู่ในชิปภายใต้ e-Cover ซึ่ง Gemalto บอกว่าข้อมูลนี้ถูกฝังอยู่ภายในโครงสร้างของตัวเอกสาร  ไม่ใช่แค่อยู่ภายนอก ทำให้ยากต่อการเข้าถึง รวมถึงชิปที่เก็บข้อมูลเหล่านี้มีกระบวนการความปลอดภัยหลายชั้น หลายวิธี ด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ฝังอยู่ภายใน

ภาพจาก Gemalto

ป้องกันการใช้พาสปอร์ตเก่าซ้ำ (รีไซเคิล)

พาสปอร์ตจริงฉบับเก่าอาจถูกคนร้ายนำเอาไปดัดแปลง (ที่ก็ยากอยู่แล้วจากปัจจัยข้างต้น) Gemalto ยังป้องกันหน้า e-Cover ไม่ว่าจะด้วยการเย็บขอบที่ยากต่อการแกะหรือฉีกออกโดยไม่ทำให้ตัวเล่มพาสปอร์ตเสียหาย รวมถึงยังมีเส้นตรงที่พิมพ์ด้วยหมึกพิเศษ พาดขนานกันหลายเส้นบนหน้า e-Cover เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่าหน้าข้อมูลไม่มีบิดงอหรือฉีกขาด ซึ่งเส้นนี้จะมองเห็นได้เฉพาะผ่านแสง UV

ภาพจาก Gemalto

ป้องกันการขโมย

พาสปอร์ตที่พิมพ์ออกมาแล้วอาจยากต่อการปลอมแปลง คนร้ายก็อาจจะเพ่งเล็งพาสปอร์ตเปล่าแทนมโครคอนโทรลเลอร์ในพาสปอร์ตเปล่ายังล็อกเอาไว้ด้วยกุญแจที่มีเพียง Gemalto และกระทรวงต่างประเทศที่ทำหน้าที่ออกพาสปอร์ตเท่านั้นที่รู้การถอดกุญแจ

และถึงแม้คนร้ายจะสามารถป้อนข้อมูลทุกอย่างลงในไมโครคอนโทรลเลอร์ในพาสปอร์ตเปล่าได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถตรวจจับได้ว่าเป็นข้อมูลปลอม เพราะไม่มีการออกใบรับรอง cert ในไมโครคอนโทรลเลอร์จากกระทรวงต่างประเทศ

ภาพจาก Gemalto

แน่นอนว่ามาตรการความปลอดภัยทั้งหมดบนพาสปอร์ตเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) รวมถึงสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ขณะเดียวกันนอกจากพาสปอร์ตใหม่แล้ว DGM Consortium จะช่วยปรับปรุงระบบลงทะเบียนยื่นขอพาสปอร์ตที่ศูนย์ดำเนินการทั้ง 22 แห่งให้ดีกว่าเดิม และมีแผนจะเพิ่มศูนย์ให้บริการอีก 15 แห่งทั่วประเทศด้วย

อ้างอิง