“เราพูดถึงความช่วยเหลือต่อธุรกิจขนาดเล็ก (SME) กันมามาก
แต่ผมคิดว่าต่อไปจะเข้ามาสู่ตาของธุรกิจขนาดกลาง”
คุณภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน)

การพบปะกันของ Incubator สองสไตล์

ขณะนั้นผู้เขียนได้มีโอกาสรับฟังบทสนทนาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ดูอย่างผิวเผินแล้วเหมือนจะเป็นหน่วยงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่พอได้พูดคุยและสำรวจดีๆ ก็พบความเหมือนบางอย่าง

ฝ่ายหนึ่งคือ กลุ่มของ Hatch โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพระดับนักศึกษา (ในวงการเรียกว่า Startup Incubation) นำโดย รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล รองคณบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และอีกฝ่ายหนึ่งคือ คณะผู้บริหารจาก บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น Holding Company ของบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด นำโดย คุณภควัต โกวิทวัฒนพงศ์

โดยฝ่ายแรกมีความเชี่ยวชาญในการอบรมด้าน DeepTech เพื่อให้นักศึกษาสร้างนวัตกรรม ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งสนใจการคอนเนคนักลงทุนเพื่อเป็น Angel Investor ให้แก่สตาร์ทอัพ

ระหว่างที่กำลังแลกเปลี่ยนกันเรื่องความร่วมมือในการบ่มเพาะนักศึกษา คุณภควัตก็พูดว่า

“ความจริงแล้ว Trinity ไม่ใช่นักลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราทำอยู่เหมือนกัน จะว่าไปแล้วมันก็ฟังดูคล้ายๆ กับ Incubation ทีเดียว” แล้วท่านก็ขยายความได้อย่างน่าสนใจ จนเป็นที่มาของบทความนี้

3 ปัญหาซ้ำๆ ที่พบบ่อยระหว่างการบ่มเพาะบริษัทสู่ IPO

ทรีนีตี้ วัฒนา เป็น Holding Company ของ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่บริษัทดำเนินการ คือ ให้คำปรึกษาแก่บริษัทที่ต้องการ IPO (Initial Public Offering) หรือ การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

“ช่วงแรกๆ บริษัทที่เราช่วยเหลือจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ พอมาถึงปัจจุบันนี้มีบริษัทใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น บริษัทที่เราช่วยก็เริ่มกลายเป็นบริษัทขนาดกลาง”

กล่าวคือ ทรีนีตี้พาบริษัทขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และพาบริษัทขนาดกลางเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)

คุณภควัตเสริมต่อว่า “ที่ผ่านมาเราเข้าไปช่วยบริษัทเหล่านี้หลายสิบบริษัท การช่วยให้ IPO สำเร็จ จะเรียกเราว่าเป็น Incubation ก็ได้ เพราะสิ่งที่เราทำก็คล้ายๆ กับการบ่มเพาะบริษัทเหล่านั้น โดยเราเข้าไปช่วยดู ช่วยแนะนำ ช่วยวาง Action Plan และใช้เวลาอยู่กับเขาถึง 18 เดือนเต็มๆ”

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คุณภควัตพบว่ามี 3 เรื่องที่เป็นจุดอ่อนมากๆ ของบริษัทไทยทุกวันนี้ โดยเฉพาะบริษัทไซส์ S และ M ได้แก่

1. เรื่องหลังบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ระบบบัญชี ที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมในเรื่องมีผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และต้องจัดทำงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชี รวมถึงการที่ผู้ประกอบการวิเคราะห์ธุรกิจไม่เป็น มองเห็นตัวเลขยอดขายต่างๆ แต่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อีกเรื่องคือ การบริหารจัดการ เช่น การจัดโครงสร้างการถือหุ้นและธุรกิจไม่ชัดเจน ทำให้เกิด Conflict of interest ได้

2. เรื่องการเงิน

ปัญหาที่สองของผู้ประกอบการสองกลุ่มนี้คือ มีความเข้าใจเรื่องไฟแนนซ์น้อย จึงปรึกษาหรือพูดคุยกับธนาคารไม่เป็น หรือคุยได้แต่ก็ไม่เข้าใจทั้งหมด ทรีนีตี้จึงเข้ามาช่วยลง Action Plan เวลาคุยกับธนาคาร

3. เรื่อง HR

“ในต่างประเทศมีคำนิยามของ HR (Human Resource) ว่า HR เป็นเหมือน ‘Strategic Partner of CEO’ ความหมายคือ เป็นผู้ที่รู้ใจ CEO ที่สุดว่าต้องการจะให้องค์กรไปในทิศทางไหน และช่วยเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดเข้ามาทำงานได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ปัญหาคือ HR บ้านเรา ส่วนใหญ่จะไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะไม่ได้รู้ใจ CEO อย่างแท้จริง”

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ปัญหาส่วนใหญ่มักจะเกิดจากคนที่เป็น CEO นั่นเอง

CEO คือคนที่สำคัญที่สุด บางทีเราพยายามสอนเขาเรื่องงานหลังบ้าน งานบัญชีต่างๆ แต่บางคนก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องของลูกน้อง ทำไมเขาต้องทำเอง

คุณภควัตกล่าว เพราะต้องการส่งเสริมให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าใจการทำงานของส่วนต่างๆ ในองค์กร ร่วมกับการให้ความสำคัญเรื่อง Human Capital Management เนื่องจากมีผลทางตรงต่อการเตรียมความพร้อมบริษัทไปสู่ IPO

เมื่อบริษัทหลักทรัพย์สนใจสตาร์ทอัพ

หลังจากการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหา 3 ด้าน คุณภควัตเปิดเผยในตอนท้ายเกี่ยวกับแผนของบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ว่า นอกจากบทบาทในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ 7 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ทรีนีตี้ยังสนใจลงทุนในสตาร์ทอัพที่กำลังตั้งไข่ อาทิ สตาร์ทอัพในโครงการ Hatch นอกจากบทบาทในด้านการลงทุนแล้ว คุณภควัตยังสนใจเทคโนโลยีเป็นการส่วนตัว และกำลังมีแผนจะนำข้อมูลด้าน Financial ต่างๆ ที่ตนมีอยู่ ต่อยอดสู่การทำ Big Data ในองค์กร

Key Person : คุณภควัต โกวิทวัฒนพงศ์

เรียนจบปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ ด้านการตลาดและการเงินจาก Wharton School, University of Pennsylvania, USA ปัจจุบันคุณภควัตดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน), กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), กรรมการและประธานคณะกรรมการด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน), ประธาน Human Capital Management Club ซึ่งเป็นชมรมที่อยู่ภายใต้สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ฯลฯ